info รายละเอียด
คนไทยอายุขัยเฉลี่ยที่ยืนยาวขึ้น มีอัตราเกิดและอัตราตายที่ลดลง กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุซึ่งมีแนวโน้มว่าจำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้น กรมสุขภาพจิตแนะผู้สูงวัยให้เน้นการดูแลร่างกาย จิตใจ และสังคม เพื่อเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันประชากรสูงอายุมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทั่วโลกเมื่อเทียบกับสัดส่วนของประชากรในวัยอื่นอย่างรวดเร็ว ซึ่งการสูงวัยของประชากรโลกเป็นประเด็นสำคัญในการปรับเปลี่ยนแนวคิดในทุกระดับของสังคมให้มีความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และการเปลี่ยนแปลงควรได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยของประชากรโลก ที่เรียกว่า Active Aging ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้ความหมายไว้ หมายถึง กระบวนการสร้างและรักษาระดับสุขภาวะในผู้สูงวัยให้มีความสามารถในการใช้ร่างกาย จิตใจ และสังคม ที่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกระบวนการชราที่เกิดขึ้นให้ทำงานได้อย่างเหมาะสม มีความสามารถในการเรียนรู้ การตัดสินใจตามสิทธิที่มีอยู่ และการมีส่วนร่วมต่อสังคม โดยสอดคล้องกับสภาพการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ และสภาพแวดล้อมของผู้สูงวัย
นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า ไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุและมีแนวโน้มจำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากอัตราเกิดและอัตราตายที่ลดลงและอายุขัยเฉลี่ยที่ยืนยาวขึ้น จากการคาดการณ์ของสภาพัฒน์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคาดว่า ในปี 2563 ที่จะถึงนี้ ประเทศไทยจะมีประชากรสูงวัย จำนวน 12.6 ล้านคนจากจำนวนประชากรรวม 66 ล้านคน โดยคิดเป็นร้อยละ 19.1 ของประชากรรวม และคาดว่า ในปี 2564 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) คือ มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ จะทำให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม